Web Trend 2017
สรุป เทรนด์ของเว็บในปี 2017 จากงาน Webpresso จิบกาแฟคนทำเว็บ หัวข้อ “Web Trend 2017"
งานนี้พูดถึงเทรนด์ที่จะมาในปี 2017 ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้าน 4 วิทยากร ด้วยกัน
Marketing: คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท MInteraction / Advertising agency
Content: คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ บล็อกเกอร์ และผู้ก่อตั้งเว็บ Mango Zero, MacThai
Developer: คุณวรัทธน์ วงศ์มณีกิจ Product Owner at ThothZocial / Google Developer Expert for Web Technologies
Designer: คุณอินทนนท์ ปัญญาโสภา Co-Founder เว็บ Grappik
เริ่มกันเลยนะครับ เรื่องที่พูดถึงเรื่องแรกพูดถึง เทรนด์ ปี 2016 ที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง สรุปดังนี้ครับ
จากปีที่ผ่านมา คนหลายๆกลุ่มเข้าถึง device มากขึ้นเพราะมีราคาถูก มีการใช้ mobile เป็นส่วนใหญ่ เมืองไทยจึงมีการใช้ Intenet ผ่าน mobile มากกว่าผ่าน computer ซึ่งการเข้าถึง Internet ของคนต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบัน น่าจะครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่แล้วนั้น บวกกับราคาของ device จะเป็นกลุ่มคนที่เริ่มใช้ Internet นิยามของคนกลุ่มนี้คือ New Internet User ส่วนมากจะเป็นการแชท และเริ่มมีการ ซื้อของ สั่งของ ตามมา ส่วนด้าน Content นั้น จะเห็นว่ามีการ live มากขึ้นบน social ทางด้าน Development จะเริ่มมีการทำให้ Web เทียบเท่ากับ App มากขึ้น และส่วนของ Design นั้น ยังคงใช้ Flat design และ Material design ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน
มาดูเทรนด์ปี 2017 กันต่อเลยดีกว่า…
- เริ่มจาก marketing จะมีการซื้อของ ขายของผ่าน Internet มากขึ้น ด้านความบันเทิง video music และ มีการใช้ map มากขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า มีแอพหลายแอพที่เกียวกับ map ทำให้คุ้นชินในการใช้ map มากขึ้น และมีประโยคที่พี่ป้อมพูดไว้ซึ่งมาคิดดูกับตัวเองแล้ว ซึ่งมันจริงมากๆ คือ
ทุกคนจะใช้มือถือในการทำให้สะดวกสบายมากขึ้น ทำให้ชีวิตดีขึ้น…
- ส่วนของ Deverlopment นั้น จะเริ่มแยก Web ไม่ออกว่า อันไหนเป็น Web อันไหนเป็น App ความเร็วของ animation จะขึ้นไปถึง 60 fs. สามารถ ยิง notification ได้เหมือน App มีการเข้าถึง hardware เช่น ดึงข้อมูลโทรศัพท์ ดึง Location และอื่นๆ สามารถทำ offline mode เมื่อไม่มีเน็ต ก็ยังสามารถใช้งานเว็บได้อยู่ มีการซัพพอร์ตผู้พิการ มากขึ้น และ อีกประเด็นคือ secure อนาคต feature ใหม่ๆ จะไม่ซัพพอร์ต Http แล้ว
- Content พูดถึงการทำเป็นแบบ Story แบบ snapchat ซึ่งประสบความสำเร็จมากจน facebook ดึง feature นี้มาใช้ด้วย พูดถึงการทำ Video content บน mobile ซึ่งเป็น video แนวตั้ง และยังพูดถึง facebook group, line group ซึ่งเป็นที่ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างเหลือเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น มีเพจขายเสื้อผ้าเด็ก ก็นำ content แสดงสินค้าไปโพสในกลุ่ม คุณแม่มือใหม่ แบบนี้เป็นต้น เสริมอีกนิด การทำ video ที่มี subtitle ช่วยเพิ่มยอดได้แน่นอน ลองไปทำกันดูนะครับ
- Design ส่วนนี้นั้น จะเน้นไปทางด้าน UX มีประโยคเด็ดที่ว่า ต่อให้เว็บสวยแค่ไหนแคหา content หลักไม่เจอ ก็จบ ดังนั้น ปัจจุบันนี้ มีเว็บไซด์เกิดขึ้นมากมาย จึงเป็นการแข่งขันกันที่ UX มากกว่าความสวยงาม
ส่วนต่อไปจะพูดถึงเรื่อง Concern หรือเรื่องที่ต้องกังวล
- ด้าน marketing พูดถึงเรื่อง AdBlock หรือการบล๊อคโฆษณา เพราะจะทำให้ คนที่ต้องการโฆษณานั้น ไม่สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้นั่นเอง
- ด้าน Content พูดถึงเรื่องการ copy content แนะนำให้เขียน content ในแบบของตัวเอง เขียนไม่เหมือนใคร เขียนในแบบของตัวเอง
- ด้าน Dev. ในไทยนั้นรู้กันดีว่า under supply นั่นก็คือ โปรแกรมเมอร์ที่มีคุณภาพในไทย มีไม่เพียงพอ
- ด้าน Design นั้น ปัจจุบันไม่ใช่เอาแต่ความสวยงาม ต้องคุยกับหลายๆฝ่าย คุยกับลูกค้า ว่าต้องการอะไร คุยกับ Dev. ว่าสามารถทำได้ไหม การ Design นั้นต้องคำนึงถึง ลูกค้าของลูกค้า ไม่ใช่ เอาความชอบของลูกค้า เพราะ บางทีอาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าของลูกค้าก็ได้ สิ่งสำคัญของการ Design จึงเป็นการคุยกันให้เข้าใจตรงกันของทุกฝ่าย
สุดท้าย ทักษะการทำงานของแต่ละด้าน
- Marketing คือ ต้องติดตามข่าวสาร หาความรู้ตลอดเวลา ต้องมีไฟ
- Content ควรจบในตัวเอง ทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบได้ในตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ทำตั้งแต่ หาข่าว ตัดต่อ โพส เพราะจะทำได้รวดเร็ว และสามารถเผยแพร่ ได้ก่อนคนอื่น
- Deverloper ควรพัฒนาตัวเองตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือภาษา เพราะจะทำให้เราเรียนรู้ได้เร็ว
- Design ควร update เทรนด์ใหม่ๆ และยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้าง ตีกรอบมุกมองต่างๆ แนะนำ ความคิดเห็น เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทรนด์ปี 2017 ก็มีประมานนี้จากงานที่ฟัง หรืออาจจะมีนอกเหนือจากนี้ ถ้าท่านใดหลงเข้ามา มีความเห็นต่างๆ ก็แนะนำติชมกันได้นะครับ
ปล. ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณที่ติดตามกันครับ ❤
